วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

บทที่ 5


คำถามท้ายบทที่  5
1.ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หมายความว่าอย่างไร
      ตอบ  ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ หมายถึง การเชื่อมโยงต่อระบบคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกัน โดยการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์แต่ละตัวที่ใช้ทำงานเข้าหากัน

2.
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีประโยชน์อย่างไร
      ตอบ  มีประโยชน์ในเรื่องของการสื่อสารข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ที่รวดเร็วขึ้น

3.
ระบบเครือข่ายในบริเวณเฉพาะที่หมายความว่าอย่างไร
       ตอบ   ระบบเครือข่ายในบริเวณเฉพาะที่ หมายถึง การเชื่อมต่อเครือข่ายในด้านการใช้ข้อมูลร่วมกัน

4.
ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหมายความว่าอย่างไร
       ตอบ  ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หมายถึง การเชื่อมโยงต่อกันทั่วโลก

5.
ระบบเครือข่ายร่วมปฏิบัติการหมายความว่าอย่างไร
       ตอบ  ระบบเครือข่ายร่วมปฏิบัติการ หมายถึง ระบบเครือข่ายที่ทำให้เกิดการรวมพลังของคอมพิวเตอร์เครือข่ายมาทำงานร่วมกัน

6.
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีกี่ประเภทอะไรบ้าง
       ตอบ   ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ มี
3 ประเภท คือ
                 1.เครือข่ายแลนหรือเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่
                 2.เครือข่ายแมนหรือเครือข่ายบริเวณนครหลวง3.เครือข่ายแวนหรือเครือข่ายบริเวณกว้าง
7.รูปแบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มีกี่รูปแบบอะไรบ้าง
      ตอบ  มี
2 รูปแบบ คือ 1.เครือข่ายเชิงกายภาพ  2.เครือข่ายเชิงตรรกยะ

บทที่ 4


คำถามท้ายบทที่ 4
1.ซอฟต์แวร์ คืออะไร และทำหน้าที่อย่างไร
     ตอบ  ซอฟต์แวร์ หมายถึง ชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่ใช้สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน

2.ซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง
     ตอบ   มี
2 ประเภท คือ 1.ซอฟต์แวร์ระบบ  2.ซอฟต์แวร์ประยุกต์
3.ซอฟต์แวร์ระบบ คืออะไร
     ตอบ  ซอฟต์แวร์ระบบ คือ ดำเนินงานพื้นฐานต่างๆของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น รับข้อมูลจากแผงแป้นแล้วแปลความหมายเพื่อให้คอมพิวเตอร์เข้าใจ นำข้อมูลไปแสดงผลบนหน้าจอ

4.ซอฟต์แวร์ประยุกต์ คืออะไร
      ตอบ  ซอฟต์แวร์ประยุกต์ คือเป็นโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเฉพาะเรื่องตามที่เราต้องการ เช่นงานพิมพ์เอกสาร งานพิมพ์ราบงาน วาดภาพ เล่นเกม ซึ่งเน้นการใช้งานอย่างสะดวก

5.ซอฟต์แวร์เฉพาะงาน คืออะไร
     ตอบ  ซอฟต์แวร์เฉพาะงาน คือ เป็นโปรแกรมที่ทำหน้าที่ช่วยในการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ในหน้าที่เฉพาะด้านบางอย่าง เช่น การตรวจหาและกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ การจัดเรียงข้อมูล เป็นต้น

6.ซอฟต์แวร์มีความสำคัญและจำเป็นต่องานคอมพิวเตอร์อย่างไร
      ตอบ ซอฟต์แวร์นั้นสามารถสั่งให้คอมพิวเตอร์อ่านข้อมูล แปลความหมาย และทำการประมวลผลและส่งผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบสารสนเทศตามที่เราต้องการ ถ้าไม่มีซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถทำงานตามที่เราต้องการได้

7.ซอฟต์แวร์และภาษาคอมพิวเตอร์เกี่ยวข้องกันอย่างไร
      ตอบ   ซอฟต์แวร์จะเป็นตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะแปลภาษาโดยคำสั่งในระบบเลขฐานสอง

8.ระบบปฏิบัติการคืออะไร ทำหน้าที่อะไร
       ตอบ   ระบบปฏิบัติการ คือ เป็นซอฟต์แวร์ที่ควบคุมกิจกรรมทั้งหมดของคอมพิวเตอร์  ระบบปฏิบัติการใช้ในการบริหารข้อมูลและทำแฟ้มข้อมูลภายในคอมพิวเตอร์

บทที่ 3


คำถามท้ายบทที่ 3
1.คอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร และมีประโยชน์อย่างไร
      ตอบ   คอมพิวเตอร์ คือ เป็นเครื่องมือหรืออุปกรณ์ประเภทอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานด้วยคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือโปรแกรมต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกันเป็นเครือข่ายได้หลายแบบ รวมทั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ 
1.มีความเร็วในการทำงาน
                             2.มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง
                             3.มีความถูกต้องแม่นยำตามโปรแกรมที่สั่งงานและข้อมูลที่ใช้
                            4.เก็บข้อมูลได้มาก ไม่ต้องใช้เอกสารและตู้เก็บ
                            5.สามารถโอนย้ายข้อมูลจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยผ่านระบบเครือข่ายได้รวดเร็วและสะดวก
2.
คอมพิวเตอร์มีที่มาอย่างไร
     ตอบ  เริ่มจากการคิดค้นของชาวจีนโดยการประดิษฐ์ลูกคิด ต่อมาชาวฝรั่งเศสได้ประดิษฐ์เครื่องคิดเลขขึ้นมาเมื่อปีพ.ศ.
2185 และในปีพ.ศ.2376 ชาร์ล แบบเบจ ได้สร้างเครื่องคำนวณที่อาศัยโปรแกรมเป็นเครื่องแรกของโลกจึงได้รับยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งคอมพิวเตอร์
3.
ส่วนประกอบสำคัญของคอมพิวเตอร์ได้แก่อะไรบ้าง
      ตอบ  
1.ฮาร์ดแวร์   2. ซอต์ฟแวร์  3.ข้อมูล  4.บุคลากร
4.
ระบบคอมพิวเตอร์หมายถึงอะไร ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ได้แก่อะไร
      ตอบ  ระบบคอมพิวเตอร์ หมายถึง กรรมวิธีที่คอมพิวเตอร์ทำการใดๆกับข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ตามความประสงค์ของผู้ใช้มากที่สุด ส่วนประกอบที่สำคัญคือ
1.ฮาร์ดแวร์   2. ซอต์ฟแวร์  3.ข้อมูล  4.บุคลากร
5.
ฮาร์ดแวร์ หมายถึงอะไร ส่วนประกอบที่สำคัญของฮาร์ดแวร์ได้แก่อะไร
      ตอบ  ฮาร์ดแวร์ หมายถึง ตัวเครื่องและอุปกรณ์ส่วนต่างๆที่เราสามารถสัมผัสและจับต้องได้  ฮาร์ดแวร์ประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ
4 ส่วน คือ 1.ส่วนประมวณผล  2.ส่วนความจำ  3.อุปกรณ์รับเข้าและส่งออก  4.อุปกรณ์หน่วยเก็บข้อมูล
6.
ส่วนประกอบใดของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่มีหน้าที่หลักในการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนส่วนสมองของระบบคอมพิวเตอร์
     ตอบ  
CPU
7.หน่วยคอมพิวเตอร์แบบแรม(RAM)และแบบรอม(ROM)
ของหน่วยความจำหลักแตกต่างกันอย่างไร
      ตอบ  หน่วยความจำแรมเป็นหน่วยความจำที่เก็บข้อมูลได้ชั่วคราวหากปิดเครื่องหรือไม่มีกระแสไฟฟ้าข้อมูลก็จะลบหายไป  แต่หน่วยความจำรอมสามารถเก็บข้อมูลได้ถาวรซึ่งเป็นหน่วยความจำที่ไว้ใช้เก็บโปรแกรม

 8.จานบันทึกข้อมูล(Hard Disk)
ประกอบด้วยอะไร ทำหน้าที่อย่างไร
      ตอบ  จานบันทึกข้อมูลประกอบด้วย แผ่นจานแม่เหล็กหลายแผ่น และเครื่องขับจาน ทำหน้าที่หมุนจานแม่เหล็กด้วยความเร็วสูง มีหัวแม่เหล็กทำหน้าที่อ่านและเขียนข้อมูลต่างๆลงบนผิวของแผ่น

9.บอกความหมายของคำต่อไปนี้เมกะไบต์(Megabyte) กิกะไบต์(Gigabyte) พิกเซล(Pixel) จิกะเฮิร์ซ(GHz)

       ตอบ  คือขนาดของการเก็บข้อมูล

10.จอภาพ แป้นพิมพ์ และเมาท์ ทำหน้าที่อย่างไรในเครื่องคอมพิวเตอร์
      ตอบ  จอภาพ ทำหน้าที่แสดงผล  แป้นพิมพ์ ทำหน้าที่รับเข้าข้อมูลจากการกดแป้นพิมพ์เพื่อส่งต่อไปให้เครื่องคอมพิวเตอร์   เมาท์ ทำหน้าที่ ในการควบคุมตัวชี้ที่ปรากฎบนจอภาพ ให้สามารถเลื่อนไปยังตำแหน่งต่างๆที่ต้องการ

บทที่ 2


                                                    คำถามท้ายบทที่ 2
1.คำว่าระบบ
และวิธีการเชิงระบบ หมายถึงอะไร
     ตอบ   
ระบบหมายถึง การทำงานขององค์ประกอบย่อยๆอย่างอิสระแต่มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน จนกลายเป็นโครงสร้างที่สมบูรณ์ของแต่ละงาน สามารถตรวจสอบและปรับปรุงแก้ไขได้ทุกขั้นตอนระบบจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานทุกประเภท
          วิธีการเชิงระบบหมายถึง เป็นกระบวนการทำงานอย่างมีแบบแผนชัดเจนในการนำเนื้อหาความรู้ด้านต่างๆ ซึ่งอาจจะเป็นวิธีการหรือผลผลิตมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้วิธีระบบยังเป็นการช่วยป้องกันและแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นด้วย
2.
องค์ประกอบสำคัญของวิธีระบบได้แก่อะไร
      ตอบ   องค์ประกอบที่สำคัญมี
3 ประการ ได้แก่
                1.ปัจจัยนำเข้า (INPUT)
                2.กระบวนการ (PROCESS)          
                3.ผลลัพธ์ (OUTPUT)
3.
ระบบสารสนเทศ หมายถึงอะไร
       ตอบ  ระบบสารสนเทศ หมายถึง การประมวลผลข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นขั้นตอน และเป็นกระบวนการเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์สูงสุด และเป็นข้อสรุปที่สามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจเพื่อปฏิบัติการเกี่ยวกับข้อมูล

4.
องค์ประกอบหลักของระบบสารสนเทศ ได้แก่อะไร
      ตอบ  องค์ประกอบหลักของสารสนเทศประกอบด้วย
2 ส่วน ได้แก่
                1.
ระบบการคิด  กระบวนการในการจัดลำดับ จำแนก แจกแจง และจัดหมวดหมู่       
                
2.ระบบเครื่องมือ  เครื่องมือที่นำมาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล รวบรวม และเผยแพร่
5.
สารสนเทศด้านจุดมุ่งหมาย ด้านขั้นตอน และสารสนเทศทั่วไปแต่ละด้านประกอบด้วยอะไร
      ตอบ  สารสนเทศด้านจุดมุ่งหมาย ประกอบไปด้วย   ข้อมูล(
Data)  สารสนเทศ(Information)  ความรู้(Knowledge)  ปัญญา(Wisdom)

              สารสนเทศด้านขั้นตอน  ประกอบไปด้วย   ข้อมูลนำเข้า(
Input)  กระบวนการ(Process)   และผลลัพธ์(Output)
             สารสนเทศทั่วไป  ประกอบไปด้วย  เครื่องคอมพิวเตอร์และเครือข่ายสื่อสารข้อมูล(
Hardware)  ข้อมูล(Data)  สารสนเทศ(Information)  โปรแกรมหรือซอต์ฟแวร์(Software)  บุคลากรด้านคอมพิวเตอร์(Peopleware)


6.โดยทั่วไปการจัดระบบสารสนเทศมีขั้นตอนการจัดอย่างไร
        ตอบ  โดยการรวบรวมและวิเคราะห์ปัญหา ข้อมูล วิธีการ ทรัพยากรณ์ เพื่อแก้ปัญหาและประเมินผลลัพธ์ที่ได้ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ซึ่งประกอบด้วย
3ขั้นตอน ดังนี้
                                                                            1.
การวิเคราะห์ระบบ                                                                            2.การสังเคราะห์ระบบ
                                                                            3.การสร้างแบบจำลอง
7.ระบบสารสนเทศระดับบุคคล ระดับกลุ่ม กับระดับองค์กรแตกต่างกันอย่างไร
           ตอบ   สารสนเทศระดับบุคคล =เสริมประสิทธิภาพและเพิ่มผลงานให้แต่ละบุคคล
                     สารสนเทศระดับกลุ่ม =เสริมการทำงานของกลุ่มบุคคลเพื่อให้มีประสิทธิภาพ        
                     สารสนเทศระดับองค์กร =สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรในภาพรวม และอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงานร่วมกันของหลายแผนก

8.
ข้อมูลและความรู้คืออะไร มีความสำคัญกับสารสนเทศอย่างไร
       ตอบ  
ข้อมูลหมายถึง ข้อเท็จจริงที่ปรากฏให้เห็นสามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า
          ความรู้หมายถึง สภาวะทางสติปัญญาของมนุษย์ในการตีความสิ่งเร้าทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกด้วยความเข้าใจสาระของเนื้อหา กระบวนการ และขั้นตอน
9.
การประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศมีกี่ขั้นตอนอย่างไร
      ตอบ    การประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศมี
3
ขั้นตอน ดังนี้
               
 1.
การรวบรวมข้อมูล หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งกำเนิด          
                  
2.การบำรุงรักษาและประมวลผลข้อมูล หมายถึง การเก็บรักษาข้อมูลให้ใช้ได้ตลอดเวลา
                  3.การจัดการข้อมูล หมายถึง การสร้างระบบจัดการข้อมูลเป็นจำนวนมาก ให้สามารถนำมาใช้งานได้อย่างรวดเร็วทันเวลา
10.
จงกล่าวถึงเครือข่ายสื่อสารข้อมูลที่มีขนาดพื้นที่และจำนวนเครื่องที่ใช้งานแตกต่างกัน
        ตอบ    
1.แลน(LAN) คือเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ จำกัดเขตเฉพาะภายในบริเวณอาคารหรือกลุ่มอาคารที่อยู่ใกล้กัน เนื่องจากข้อจำกัดของตัวกลางที่ใช้ส่งข้อมูล เช่น ภายในรั้วโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย เป็นต้น
             2.แวน(WAN) คือเครือข่ายบริเวณกว้างระยะทางมากกว่า 10 กิโลเมตรขึ้นไปจนมากกว่าพันกิโลเมตร ปกติเชื่อมโยงด้วยระบบสื่อสารสาธารณะ เช่น สายโทรศัพท์   เครือข่ายเส้นใยแก้วนำแสง   เครือข่ายสัญญาณดาวเทียม เป็นต้น
             3.อินเทอร์เน็ต(Internet) คือเครือข่ายขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเครือข่ายแวนจำนวนมากซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว้างไกลทั่วโลก


บทที่ 1

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556


 การติดตามทางอีเมล


ผู้ติดตามเป็น เครื่องมือที่ช่วยให้ผู้อ่านที่สนใจในบล็อกของคุณรู้ความเคลื่อนไหว รู้ว่าคุณได้สร้างบท
 ความอะไรใหม่ๆค่ะ และในกรณีที่คุณอนุญาติให้แสดงความคิดเห็นได้เฉพาะสมาชิกผู้ที่ติดตามบล็อก ของคุณก็สามารถแสดงความคิดเห็นได้ การสร้าง Gadget ผู้ติดตาม มีขั้นตอน ดังนี้




ขั้นตอนที่ 1.เข้าสู่บล็อก
ไปที่ การออกแบบ > องค์ประกอบของหน้า เลือก เพิ่ม Gadget

ขั้นตอนที่ 2.เลือก Gadget เพิ่มผู้ติดตาม

ขั้นตอนที่ 3.ตั้งค่าส่วนต่างๆของ Gadget ผู้ติดตาม
คุณ สามารถเลือกสีได้โดยการคลิกที่สีที่ต้องการเปลี่ยนจะมีหน้าเลือกสีแสดงขึ้น มาคุณสามารถเลือกสีที่คุณต้องการได้เลยค่ะ หรือถ้าคุณไม่ต้องการตั้งค่าอะไรให้ยุ่งยากก็สามารถติ๊กถูกหน้าข้อความ ใช้ ลักษณะเริ่มต้นของเทมเพลต ได้เลยค่ะ

ปุ่มย้อนกลับ ก็คือไม่ต้องการ Gadget นี้เมื่อคลิกก็จะย้อนไปให้คุณเลือก Gadget ใหม่ค่ะ
ปุ่มยกเลิก เมื่อคุณไม่ต้องการสร้าง Gadget แล้ว เมื่อคลิกก็จะทำการออกจากหน้าต่างสร้าง Gadget ทั้นทีค่ะ
ปุ่มบันทึก เมื่อคุณตั้งค่าส่วนต่างๆของ Gadget เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ตัวอย่าง Gadget ผู้ติดตาม (Followers) จะเป็นดังรูปเลยค่ะ


Read more: http://www.pakamasblog.com/2011/12/gadget-followers.html#ixzz2bLRoySE5

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

งานชิ้นที่2

  โจทย์: การผลิตน้ำตาลทรายจัดว่าเป็น Systemหรือไม่?

ตอบ เป็น
I (Input)
  หลังจากที่ชาวไร่อ้อยตัดอ้อยที่ได้อายุในการตัด คือประมาณ 10 เดือนขึ้นไป หรือแล้วแต่พันธุ์อ้อยก็จะบรรทุกส่งเข้าโรงงานซึ่งปกติจะกำหนดเปิดหีบอ้อยประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน หรือเดือนธันวาคมของทุกปี เมื่ออ้อยมาถึงโรงงานจะผ่านระบบจัดคิว แล้วจึงไปที่ห้องชั่งเพื่อแจ้งชื่อหรือหมายเลขชาวไร่อ้อย และชั่งน้ำหนักรวมทั้งอ้อยและรถบรรทุก จากห้องชั่งรถอ้อยแต่ละคันจะไปรอจัดคิวในลานจอดรถหน้าแท่นเทอ้อย เมื่อรถบรรทุกอ้อยถูกยกบนแท่นเทอ้อย อ้อยจะไหลลงสะพานลำเลียงซึ่งมีชุดใบมีดและเครื่องตีอ้อย เพื่อเตรียมอ้อยให้เป็นเส้นใยหรือฝอยละเอียดก่อนเข้าสู่ชุดลูกหีบ ส่วนรถอ้อยที่เทอ้อยออกแล้วจะกลับไปชั่งน้ำหนักรถเปล่าอีกครั้ง เพื่อจะได้ทราบน้ำหนักสุทธิของอ้อย 
เมื่ออ้อยถูกหีบที่ลูกหีบชุดแรกในระยะเวลาพอสมควร ตัวอย่างน้ำอ้อยจากลูกหีบชุดแรกอย่างน้อย 1 ลิตร จะถูกส่งไปในห้องปฎิบัติการ เพื่อนำไปวิเคราะห์หาความหวานของแต่ละคันรถ โดยจะมีสัญญาณไฟฟ้าบอกถึงลำดับคิวของรถนั้นๆ และบอกว่าน้ำอ้อยตัวอย่างของรถแต่ละคันมาถึงแล้ว ซึ่งจะได้ข้อมูลเก็บไว้เป็นหลักฐานว่า อ้อยแต่ละคันรถมีค่าความหวานเป็นเท่าไร หลังจากนั้นค่าความหวานจะถูกส่งไปป้อนคอมพิวเตอร์ เพื่อคำนวณราคาอ้อยของรถแต่ละคัน ตามน้ำหนักและรายชื่อชาวไร่เจ้าของอ้อยที่ได้จากห้องชั่ง ในชุดลูกหีบซึ่งจะมีลูกหีบ 4, 5 หรือ 6 ชุด แตกต่างกันในแต่ละโรงงาน จะหีบน้ำอ้อยออกให้มากที่สุด โดยใช้ระบบการพรมน้ำที่เรียกว่า Compound Imbibitions เพื่อสกัดเอาน้ำตาลในอ้อยออกให้หมดโดยส่วนของกากอ้อยที่ออกจากลูกหีบชุดสุดท้าย จะถูกลำเลียงโดยสะพานลำเลียงเข้าสู่หม้อน้ำเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไอน้ำขับเทอร์ไบน์ต่าง ๆ และผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อใช้ในขบวนการผลิตและบริเวณโรงงาน นอกจากนี้ไอน้ำที่ออกจากเทอร์ไบน์ต่าง ๆ ยังสามารถนำไปใช้ในขบวนการผลิตได้อีกด้วย
P (Process)
    สำหรับน้ำอ้อยที่ได้จากชุดลูกหีบ จะถูกปั๊มไปผ่านตะแกรงกรองกากอ้อย แล้วส่งเข้าสู่กรรมวิธีทางวิศวกรรมเคมี เพื่อรักษาคุณภาพน้ำอ้อยอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยการควบคุมของคอมพิวเตอร์ในขั้นตอนต่าง ๆ จนกระทั่งได้น้ำอ้อยใส จึงนำไปต้มเพื่อระเหยน้ำออกและได้ น้ำเชื่อมเข้มข้น ส่วนกากตะกอนจากน้ำอ้อยจะถูกกรองและถูกลำเลียงออกนอกขบวนการผลิตนำเข้าสู่ที่เก็บ เพื่อทำเป็นปุ๋ยให้แก่ชาวไร่อ้อยต่อไป
      น้ำอ้อยใสเมื่อออกจากหม้อต้มลูกสุดท้าย จะได้น้ำเชื่อมดิบ ที่มีความเข้มข้น 60 - 65 บริกส์ และจะถูกนำไปเคี่ยวให้ตกผลึกเป็นเม็ดน้ำตาล ที่มีผลึกน้ำตาลและน้ำเลี้ยงรวมกันอยู่ แล้วจึงปล่อยลงรางกวนเพื่อพักผลึกน้ำตาล ก่อนจะนำไปปั่นแยกผลึกออกจากน้ำเลี้ยงที่หม้อปั่น ในการปั่นแยกแต่ละขั้นตอน จะได้น้ำตาลเอ น้ำตาลบี น้ำตาลซี และกากน้ำตาล เป็นลำดับสุดท้าย
    
สำหรับน้ำตาลเอ เมื่อนำผ่านกระบวนการลดค่าสีด้วย
กรรมวิธีคาร์บอเนชั่น และ ไอ.อี.อาร์ แล้วจึงส่งไปสู่ขั้นตอนการเคี่ยว และการอบแห้ง จะได้ผลิตภัณฑ์น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ สำหรับน้ำตาลบี หรือน้ำตาลทรายดิบ จะถูกนำเข้ายุ้งรอการบรรจุกระสอบหรือเทกองในโกดัง เพื่อจำหน่ายเป็นน้ำตาลไปยังต่างประเทศ ส่วนน้ำตาลซี จะนำไปเป็นเชื้อในการเคี่ยวน้ำตาลเอ และน้ำตาลบี ต่อไป สำหรับกากน้ำตาลจะถูกส่งไปทำให้เย็นก่อนจะนำไปเก็บที่ถังเก็บกากน้ำตาล เพื่อรอการขนย้ายไปจำหน่าย
น้ำตาลที่ผลิตได้จะนำไปใช้บริโภคในครัวเรือน และในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมอาหาร หรือของหวานอื่นๆ สำหรับในประเทศไทยมีการบริโภคน้ำตาลประมาณปีละ 2.0 ล้านตัน โดยใช้ในอุตสาหกรรมประมาณร้อยละ 75
O (Output)

  น้ำตาล
  ชานอ้อย
  กากน้ำตาล